หลังจากเปิดปฐมฤกษ์กันไปเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้ผู้เขียนก้อจะเริ่มสาธยายการเดินทางไปทำงาน ในครั้งล่าสุดนี้ก่อนเลยแล้วกัน งานในครั้งนี้ก้อมีโอกาศได้เดินทางขึ้นเหนือไปที่จั๋งหวัดเจียงใหม่เจ้าาาาา ไม่รู้ด้วยความไม่พร้อมของคนอื่นรึ ความใจเย็นของผู้เขียนก็ไม่ทราบ การเดินทางค่อนข้างจะออกแนวไม่มีแผนไปซักหน่อย เริ่มจากต้องเดินทางไปทำงานกันในวันที่ 27 กรกฎาคม หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไปทำงานที่ จ.จันทบุรี ในวันศุกร์ก่อนหน้าเดินทางเพียงสองวันจึงได้เตรียมการเดินทาง เริ่มจากการหาข้อมูลการเดินทางกันในวันที่ 26 ช่วงเช้า จึงตัดสินใจเดินทางไปกับรถทัวร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องลือเรื่องของบริการ (ทั้งดีและไม่ดี ก็ว่ากันไปตามความคิดและเหตุการณ์พบเจอ) เนื่องจากเคยเดินทางกับสายการขับนี้มาก่อน จึงตัดสินใจโทรไปจองตั๋วรถทางโทรศัพท์ เจตนาว่าอยากได้เที่ยวรถเลิศหรูไฮโซ (First Class) แต่ก็เป็นไปตามที่คาดหมายไว้อีกเช่นกันว่าคงอดแน่นอน เนื่องจากสายการขับนี้รถ First Class นั้นจะกำจัดจำนวนเดินการเดินทางไปเชียงใหม่แค่เพียง 3 เที่ยวเท่านั้น(ต่อวัน) จึงจำเป็นต้องเลื่อนลงมานั่งรถ VIP 32 ที่นั่งแทน ตอนแรกก็จะเปลี่ยนใจไปสายการขับอื่นแล้วแต่คิดขึ้นมาได้ในใจว่าลองดูหน่อยคงไม่เสียหาย 32 ที่นั่ง ก็เอาแล้วล่ะ (จะเดินทางวันนั้นอยู่แล้วยังจะเลือกมากอีก) หลังจากที่ต่อสายไปถึงสองครั้งจึงจะจองได้ เนื่องจากครั้งแรกกำลังอึ้งว่ารถ First Class เต็มพนักงานจึงตัดสายทิ้งไป แหะ ๆ ล้อเล่นอาจจะเป็นเพราะสายหลุดก็ได้ หลังจากตกลงที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ทางพนักงานเค้าก็บอกว่า "จะต้องชำระเงินภายใน 10 โมงเช้านะครับ จะจ่ายภายทาง 7 อีเลฟเฟ่นก็ได้" อันนี้ก้อไม่มีปัญหาอย่างไร แต่ก้อยังงงอยู่ว่าระบบจะหยุดไม่ให้ชำระเงินหลังสิบโมงหรืออย่างไรเนี่ยล่ะ เอ้าทำไงได้ล่ะก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปหน้าปากซอยไปเซเว่น (ตั้งแต่ซื้อตั๋วรถทัวร์เองก็มีเจ้าแรกเนี่ยล่ะที่จ่ายเงินผ่าน เซเว่น) จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยเห้อหมดปัญหาเรื่องรถซะที ตัดบทมาเริ่มกันที่หมอชิตก็แล้วกันนะครับ มาถึงหมอชิตก้อเกือบถึงเวลาเดินทางพอดี การเดินทางรถทัวร์ไปสายเหนือนั้น จุดจอดรถส่วนใหญ่ก็จะอยู่ชานชะลาแรกๆ ฝั่งเดียวกับที่ซื้อตั๋วนั่นแหละครับ (ถ้าสายอีสานหรือตะวันออกต้องเดินไปรันเวย์ฝั่งตรงข้าม) อ้าหลังจากได้ยินจากพนักงานว่ารถจะไม่พักกลางทางจึงเตรียมสดมเต็มที่ น้ำขนมพร้อม 55 ระหว่างนั่งรอรถเรามา เอ้าผมยังไม่ได้บอกซินะครับว่าผมเดินทางกับสายการขับ "นครชัยแอร์" บริษัททัวร์นี้จะมีอู่รถอย่ด้านนอกสถานีขนส่งหมอชิตด้วย ดังนั้นจึงรับลูกค้าที่ไปรอขึ้นรถตามเวลาในตั๋วที่อู่รถของตัวเองก่อนแล้วจึงมารับคนที่รออยู่ที่หมอชิตนะครับ เวลาการรอโดยประมาณที่ทางบริษัทเขียนติดป้ายประกาศไว้นั้นก้อประมาณ 15 นาที อ่ะแต่อย่าชะล่าใจนะครับ เด๋วตกรถไม่รู้ตัว เพราะผมได้ยินเจ้าหน้าที่เค้าตะโกนว่ารถเที่ยวที่จอดรอรับคนอยู่นั้นบอกว่ามีที่ว่าง 1 ที่มีใครไปมั้ยครับ เหอ ๆ เพิ่งรู้ว่ามีงี้ด้วย เอ้าใครอยากไปก้อไป ผมขอรอรถเที่ยวที่จองดีกว่า ไปเร็วใช่ว่าจะดีเพราะกลัวมันจะมืด =_=" กะเวลาไว้แล้วว่า 7 โมงเช้านี่กำลังดีแล้ว อ้อประมาณเวลาการเดินทางของบริษัทเขาอ้างไว้ว่าประมาณ 9 ชัวโมงนะครับ หลังจากรอรถเลยจากเวลาในตั๋ว แหมยังกะจับวาง 15 นาทีพอดีแป๊ะ รถก็เข้ามาพนักงานก็มาเปลี่ยนป้าย เวลารถเที่ยวจะออก(ตอนเดินมาเปลี่ยนแต่ละเที่ยวลุ้นน่าดูว่าจะเป็นเที่ยวเรายัง) และแล้วก้อใช่รถเราจริง ๆ (ตื่นเต้นไปรึปล่าว) เอาละจะขึ้นรถแล้วนะ แฮะ ๆ ก่อนจะขึ้นรถก็ต้องฝากสัมภาระซะก่อนเราก็หิ้วกระเป๋าเดินไปหาเจ้าหน้าที่ ก็ถามว่าไปลงที่ไหนตามระเบียบจะได้จัดวางให้หยิบได้ถนัดเวลาลงกลางทาง ผมบอกว่าลงที่ บขส. ก็เห็นกระเป๋าถูกวางไว้ลึกสุดเท่าที่เค้าจะทำได้ (เวอร์อีกล่ะ) อย่ารีบเดินขึ้นล่ะรอรับ tag ก่อนเดี๋ยวตอนรับกระเป๋าจะยุ่งยากนะครับ ขึ้นรถจริง ๆ ซะที เดินขึ้นมาก็เจอ บัสโฮสเตรจสาว ก็เดินตามต้อย ๆ ไปเลยช่วงนี้กลายเป็นเด็กไปแล้ว "ที่นั่งตรงนี่นะค่ะ" "กระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ด้านบนก่อนได้นะคะ" หลังจากนางฟ้าไร้ปีกไปซะแล้วเราก็มาสังเกตุรอบข้างกันหน่อยดีกว่า ความรู้สึกแรกคือแคบแฮะถ้าคนตัวใหญ่ ๆ หน่อยถ้าจะลำบากนะครับ เพราะผมว่าตัวเองเล็กแล้วแต่แขนยังไปเบียดกับเพื่อนร่วมทางด้านข้างเลย มองไปรอบ ๆ รถมีลักษณะที่โล่งที่เดียวเพราะที่เก็บของด้านบนนั้นปิดมิดชิดไม่มีอะไรห้อยออกมาให้รกตา ที่นั่งก้อเป็น หนึ่งแถวสี่เก้าอี้ตามแบบฉบับรถ 32 ที่นั่งทั่วไป ส่วนห้องน้ำนั้นไปอยู่ท้ายรถเลย อ้อ ที่จะมีรก ๆ นิดหน่อยก็เป็นจอมอนิเตอร์เล็ก ๆ ที่ห้อยมาเพื่อให้ผู้โดยสารนั่งชมมิวสิควิดีโอ ขนาดหน้าจอประมาณ 15 นิ้ว ดูแล้วมีทุก ๆ 4 แถว ตอนแรกก็ฉายพอดึก ๆ หน่อยก้อมีหนังซิดคอมให้ดู มาดูของแถมกันหน่อยดีกว่าหลังจากที่พนักงานบริการบนรถนำอาหารและเครื่องดืมมาแจกครบแล้ว ก็มี น้ำเปล่า 1 ขวด น้ำผลไม้ 1 กล่อง แซนด์วิชอันใหญ่อีก 1 อัน และ ขนมอีก 1 กล่อง โอ้ไม่น่าซื้อของมาตุนเลย หลังจากดูไปกินไปอยากมีความสุขก็เผลอหลับไป หลับ ๆ ตื่น ๆ เป็นพัก ๆ เป็นแบบนี้เหมือนกันทุกรอบไม่ว่าเดินทางไปที่ไหน และก็จะมีคนที่หลับสนิทไปตลอดทางเช่นกัน รู้ได้ยังไงนะหรือลองเดาดูซิครับ และแล้วก็ต้องแสบตาอีกครั้งเมื่อมีคนเริ่มลงจากรถแล้วเวลาก้อประมาณ 6 โมงเช้าแล้วมองไปข้างทางก็พอมองป้ายเห็นข้างทางเห็นแล้ว มองไปก้อเห็นป่าเขาลำเนาไพรไกล เพราะข้างทางมีบ้านคนประปราย ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ที่ไหน (กำลังเบลอ ๆ) เผลอไปมองมาเผลอแป๊บเดียว 7 โมงเช้าแล้วน่ารถก็เริ่มเปิดทั้งไปทั้ง ทีวี ปลุกคนที่กำลังหลับให้ตื่นเสียที และแล้วก็ถึงสถานีขนส่งเชียงใหม่(คนแถวนั้นเค้าเรียกอาเขต) ที่จอดรถของบริษัทนครชัยแอร์ก็จะแยกออกมาจากส่วนของสถานีขนส่ง(โดนไล่มาแหง ๆ ไม่มีใครคบ) ลงรถแล้วไม่ต้องไปเดินตามหากระเป่านะครับต้องเดินออกมาทางด้านหน้ารอรับกระเป๋าจากสายพาน(หยั่งกับเพิ่งลงจากเครื่อง) ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยอ่าน tag ที่ติดกระเป๋าว่าเบอร์อะไร และกระเป๋าเราก็เป็นใบสุดท้าย(เห็นมั้ยล่ะไม่เวอร์นะ) รถจากรถแล้วพึ่งจะนึกออก ตลอดทางไม่มีกลิ่นห้องน้ำโช่ ๆ เลย สงสัยเป็นเพราะบล๊อก 2 ชั้น อิอิ
หลังจากยืนเอ๋ออยู่พักนึงหันไปเจอ น้องที่จะมาทำงานด้วยกันยืนรออยู่นอกคอกกันระหว่างเราเหอ ๆ จากนั้นชายหนุ่มสองคนผู้ไม่เคยเดินทางในเชียงใหม่ด้วยตัวเองมาก่อน ก็ตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่ว่า จะเดินทางไปที่ทำงานยังไงดี จึงสอบถามผู้ที่เคยเดินทางก็มีอยุ่ 2 ทางเลือกคือ นั่งรถแดง(รถบิ๊กอั๊พสองแถวสีแดง) ไปที่ ๆ เรียกว่าประตูเมืองแล้วนั่งรถหารถต่อไปอีกที กับ เช่าเหมารถแดงนั่นแหละไปที่ทำงานซึ่งค่อนข้างไกล หลังจากไตร่ตรองกันอยู่พักใหญ่ น้องก็เลยบอกว่าลองเดินไปข้างหน้าเผื่อจะเจอรถวิ่งประจำ พอเดินเข้าไปในสถานีขนส่งก็มองหน้ากับน้องเพราะเราเจอทางเลือกที่ 3 เข้าแล้วเมื่อเห็นป้ายอันเบอเร่อเขียนว่า "บริการรถแท็กซี่" เห้ยลองไปถามกันดูอยู่ดีกว่าเผื่อจะโอเค เมื่อเดินเข้าไปเฉียดพนักงานก้ออู้(ไม่ได้อู้งานนะ) คำเมืองทักมา แหมรู้สึกเลยว่ามาถึงแล้ว พอบอกว่า"จะไปสันป่าตองครับ" ตอนนี้ชักตะหงิด ๆ เพราะเริ่มฟังอกบ้างไม่ออกบ้าง สรุปได้ว่าราคาประมาณ 450 บาทเจ้า เราก็เลยบอกไปว่าเคยนั่งไปแค่ 300 เอง(คือไม่ได้นั่งเองคนที่เราถามเค้าบอก แต่อันนั้นเค้าหมายถึงเหมารถแดงนะ) เหอ ๆ พนักงานอึ้งไปแล้วเอ่ยว่า "เหรอเจ้า" เอางี้จะให้ผมเล่าด้วยภาษาเหนือจะใช้คำผิดเสียปล่าว เอาเป็นว่าเค้าก็พูดว่าซัก 400 จะได้มั้ย ในใจเรามันแพงไปจริง ๆ แต่ไม่รู้หรอกนะว่ามันไปไกลมั้ย ก้อเลยบอกว่างั้นขอลองหาทางอื่นไปดูแล้วกัน แล้วก็ขอบคุณเค้า เค้าก็พูดว่าถ้าซัก 350 จะไหวมั้ย เค้าก็อธิบายว่าตัวเค้าเองแค่เป็นคนบอกราคาเฉย ๆ แต่คนที่ตัดสินใจว่าจะลดมั้ยคือคนที่เข้าคิวรอขับรถไปส่งเราเอง เค้าก็วอ ถามว่าลูกค้าเดินทางไปนี่แต่ขอลดเหลือ 350 จะได้มั้ย คนขับก้อตอบมาว่าไม่ได้อ่ะต้อง 400 นะเค้าก็หันหน้ามาหาเราก้อรู้ทันทีก้อบอกว่าไม่ไหว เค้าก็คุยต่อว่าลูกค้าไม่ไหว แล้วก็มีเสียงสวรรแซรกมาบอกว่าลองถามคิวต่อดูซิว่าไหวมั้ย เค้าก้อเลยถามคิวต่อ(คือคิวต่อจากคิวที่จริงๆแล้วต้องได้คิวเรา) คิวต่อก็ตกลงว่า ok จากนั้นเราก้อเอาตังให้พนักงานไป 400 แล้วเค้าก็เขียนบิลให้เราระหว่างนั้นก็บอกน้องว่าเดี๋ยวไปกดเงินก่อนนะ เงินหมดพอดี เลยบอกน้องว่าเอาบิลด้วยนะ กลับมาก็ขึ้นรถแล้วก็นั่งมาถึง รพ.สันป่าตองที่เราจะทำงานกัน พอลงจากรถเรียบร้อยก็เลยทวงบิลค่ารถกับเงินทอน น้องก้อให้บิลมาแล้วก็บอกว่าพี่เค้าไม่ได้ให้เงินทอนผมมานะ ห๊า เวรกำนึกว่าน้องมันเห็นว่าเราจ่ายไป 400 แหมจำไว้เลยนะครับไปไหนอย่าลืมทวงเงินทอนนะครับ ทวงไปเถอะครับถ้าเค้าให้แล้วไม่อายมากหรอกครับ ไอ้ที่มันทำให้เศร้าคือในบิลเขียนไว้ 350 แล้วผ่มจะเบิกเกินได้ไงเนี่ย T^T
To Be Continue...
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment